การวางแผนเชิงกลยุทธ์และการประเมินผล
9 หมวดเนื้อหา · คลิกเพื่อขยาย
การวิเคราะห์เป็นขั้นตอนแรกและเป็นรากฐานสำคัญของกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ช่วยให้องค์กรเข้าใจสถานะปัจจุบันและทิศทางในอนาคตโดยการสำรวจและตีความข้อมูลทั้งภายในและภายนอก กระบวนการนี้คือการแยกแยะตรวจสอบและตีความข้อมูลต่างๆอย่างเป็นระบบเพ่ือทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาหรือโอกาส
ความสำคัญของการเก็บรวบรวมข้อมูล : การวิเคราะห์จะไร้ประโยชน์หากปราศจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนและทันสมัยการเก็บข้อมูลต้องทำอย่างเป็นระบบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ทั้งข้อมูลปฐมภูมิ (เก็บด้วยตนเอง ) และทุติยภูมิ (ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ) นำมาตีความให้เห็นภาพรวมและระบุประเด็นสำคัญ
การวางแผนเชิงกลยุทธ์คือกระบวนการตัดสินใจล่วงหน้าเพื่อกำหนดทิศทางในระยะยาวขององค์กร โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานที่ต้องชัดเจนดังนี้ :
กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์เป็นลำดับขั้นตอนที่ต่อเนื่องและวนซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าแผนมีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้จริง แบ่งตามระยะเวลาได้เป็นแผนระยะยาว (5 ปีขึ้นไปเช่นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ), แผนระยะกลาง (1-5 ปีเช่นแผนแม่บท , แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ), และแผนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปีเช่นแผนปฏิบัติการประจำปี )
แผนงานและโครงการเป็นเครื่องมือในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
ความแตกต่างระหว่างแผนงานและโครงการ : แผนงาน (Program): เป็นชุดของโครงการท่ีเก่ียวข้องกันนำมาบริหารจัดการร่วมกันเพื่อผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่ใหญ่ขึ้นมีระยะเวลายาวนานกว่าโครงการเช่นแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โครงการ (Project): เป็นความพยายามชั่วคราวที่มี จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์บริการหรือผลลัพธ์ที่มีลักษณะเฉพาะและไม่ซ้ำกันเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานและมุ่งเน้นผลผลิต (Output) ที่จับต้องได้
ต้องประกอบด้วยข้อมูลที่ชัดเจนดังนี้ :
ตัวชี้วัดหรือ Key Performance Indicators (KPIs) คือค่าหรือข้อมูลที่ใช้ในการวัดผลความสำเร็จของการบรรลุวัตถุประสงค์ช่วยให้ทราบสถานะความก้าวหน้าระบุจุดปรับปรุงสนับสนุนการตัดสินใจและสร้างความโปร่งใส
เป็นกระบวนการสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อทราบความก้าวหน้าปัญหาและผลสัมฤทธิ์นำไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ประเภทการประเมินแบ่งตามช่วงเวลา :
งบประมาณคือแผนทางการเงินที่แสดงรายรับและรายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเป็นเครื่องมือในการแปลงแผนงาน /โครงการให้เป็นรูปธรรม (สำหรับงบประมาณแผ่นดินไทยเริ่ม 1 ต .ค . - 30 ก .ย . ปีถัดไป )
งบประมาณทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือการวางแผน , การจัดสรรทรัพยากร , การควบคุมตรวจสอบ (ไม่ให้ใช้จ่ายเกิน ), การประเมินผล , การตัดสินใจและสร้างความรับผิดชอบ
เทคนิคการประมาณการต้นทุน :
การวิเคราะห์งบประมาณภาครัฐนิยมใช้เทคนิค PPBS (Planning-Programming-Budgeting System) ที่เชื่อมโยงการวางแผนแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน
เป็นการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับงบประมาณที่ตั้งไว้เพ่ือหาความแตกต่าง (Variance) เช่นรายรับจริงน้อยกว่าคาดการณ์หรือรายจ่ายจริงสูงกว่างบที่ตั้งไว้นำไปสู่การแก้ไขเช่นปรับแผนลดต้นทุนหรือของบเพิ่มเติม
การวิเคราะห์นโยบายเป็นสาขาทางสังคมศาสตร์ประยุกต์ท่ีใช้เหตุผลเพื่อแก้ปัญหาคาดการณ์อนาคตและแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุด
ความสัมพันธ์เชิงพลวัต (Integration): แผนงาน - โครงการ - งบประมาณ ทั้ง 3 ส่วนนี้ทำงานร่วมกันเพื่อบูรณาการสู่ความสำเร็จ : แผนงาน : ทำหน้าที่เป็น "เข็มทิศ " กำหนดเป้าหมายระดับมหภาคให้กรอบยุทธศาสตร์แก่โครงการ โครงการ : ทำหน้าที่เป็น "กลไก " แปลงกลยุทธ์สู่กิจกรรมภาคปฏิบัติระบุความต้องการงบประมาณชัดเจน งบประมาณ : ทำหน้าที่เป็น "น้ำมันเชื้อเพลิง " สนับสนุนทรัพยากรทางการเงินให้บรรลุผลสำเร็จจริง
การหลอมรวมศาสตร์การบริหารเชิงกลยุทธ์ , การบริหารจัดการและการวิเคราะห์แนวโน้มเข้าด้วยกันนำไปสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสูง
บทสรุปแห่งความเป็นเลิศ : ความสำเร็จเกิดจากการรวมศูนย์ข้อมูลใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้าผสมผสานพลังการประมวลผลข้อมูลเข้ากับศิลปะการบริหารคนที่มีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และการเฉลิมฉลองความสำเร็จในระยะสั้น (ย่อยเป้าหมายใหญ่เป็นเป้าหมายย่อย ) เพื่อรักษาระดับแรงจูงใจให้พนักงาน
หัวใจสำคัญของงานนักวิเคราะห์นโยบายและแผนคือความสัมพันธ์ที่ขาดจากกันไม่ได้ระหว่าง แผนงาน — โครงการ — งบประมาณ
กำหนดเป้าหมายระดับมหภาค ให้กรอบยุทธศาสตร์ บอกว่า "เราจะไปทางไหน"
แปลงกลยุทธ์สู่กิจกรรมภาคปฏิบัติ บอกว่า "เราจะทำอะไร เมื่อไร อย่างไร"
สนับสนุนทรัพยากรทางการเงิน ทำให้โครงการและแผนงานบรรลุผลได้จริง
ระบบ PPBS (Planning-Programming-Budgeting System)
ระบบที่เชื่อมโยงการวางแผน การจัดทำแผนงาน และงบประมาณเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ใช้กันแพร่หลายในภาครัฐ
4 เสาหลักของการบริหารจัดการ (Management Functions)