รากฐานและกฎหมายสูงสุดของประเทศ (Foundational & Constitutional Law)
ชีทสรุปวิชากฎหมายและระเบียบงานสารบรรณสำหรับสอบนายสิบตำรวจ สายอำนวยการ จัดเรียงใหม่ 6 Part ตาม 6 Clusters เข้มข้น ละเอียด และครอบคลุมที่สุด
เกี่ยวกับชีทและวิธีใช้งาน
วิธีใช้ชีทสรุปกฎหมายและระเบียบงานสารบรรณตำรวจ
อ่านเรียง Part 1 -> Part 6 ตาม 6 Clusters เพื่อทำความเข้าใจเชื่อมโยงตั้งแต่กฎหมายรากฐาน รัฐธรรมนูญ แพ่ง อาญา กฎหมายพิเศษ จนถึงระเบียบงานสารบรรณ 6 ชนิดและสารบรรณดิจิทัล
| Part | หมวดเนื้อหา (Cluster) | หัวข้อสำคัญที่ออกสอบ |
|---|---|---|
| 1 | รากฐานและรัฐธรรมนูญ | Civil Law vs Common Law, ลำดับศักดิ์กฎหมาย, กฎหมายตราสามดวง, 3 อำนาจอธิปไตย |
| 2 | แพ่งและพาณิชย์ | สภาพบุคคล, ผู้เยาว์, โมฆะ vs โมฆียะ, กู้ยืมเงิน, ทรัพย์, ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ |
| 3 | อาญาและกฎหมายพิเศษ | เจตนา, ประมาท, ป้องกัน vs จำเป็น, โทษ 5 สถาน, ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, กฎหมายแรงงาน |
| 4 | มาตรฐานและหนังสือ 6 ชนิด | ตราครุฑ 3 ซม./1.5 ซม., กระดาษ A4, ซอง 4 ขนาด, หนังสือภายนอก/ภายใน/ประทับตรา/สั่งการ |
| 5 | วงจรชีวิตเอกสารราชการ | รับ-ส่ง, ความเร็ว 3 ระดับ (ด่วนที่สุด/ด่วนมาก/ด่วน), อายุการเก็บรักษา 10 ปี, คณะกรรมการทำลาย |
| 6 | สารบรรณดิจิทัล & สากล | ระบบ e-Sarabun, ลายมือชื่อดิจิทัล, PDF 150 dpi, หนังสือภาษาอังกฤษ First/Third Person |
Part 1: รากฐานและกฎหมายสูงสุดของประเทศ (Foundational & Constitutional Law)
🎯 ภาพรวมและเป้าหมายการอ่านประจำ Part 1
ทำความเข้าใจวิวัฒนาการของระบบกฎหมายในระดับสากลและของประเทศไทย ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย (Hierarchy of Laws) และโครงสร้างการใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือข้อสอบสายอำนวยการ
🏛️ หัวข้อที่ 1: ระบบกฎหมายของโลกและวิวัฒนาการกฎหมายไทย

⚖️ 1.1 เปรียบเทียบ 2 ระบบกฎหมายหลักของโลก (World Legal Systems)
| ประเด็นเปรียบเทียบ | 📜 ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law System) | ⚖️ ระบบจารีตประเพณี (Common Law System) |
|---|---|---|
| ต้นกำเนิดประวัติศาสตร์ | พัฒนามาจาก กฎหมายโรมันโบราณ (Corpus Juris Civilis) ในยุโรปภาคพื้นทวีป | พัฒนามาจาก จารีตประเพณีและคำพิพากษาของศาลในประเทศอังกฤษ |
| ที่มาของกฎหมายหลัก | กฎหมายลายลักษณ์อักษร (Written Law) ที่ตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติและจัดทำเป็นหมวดหมู่ (ประมวลกฎหมาย) | คำพิพากษาบรรทัดฐานของศาล (Judicial Precedents / Stare Decisis) และจารีตประเพณี |
| บทบาทของผู้พิพากษา | ตีความและปรับใช้ตัวบทกฎหมายลายลักษณ์อักษรกับข้อเท็จจริงในคดี | สร้างบรรทัดฐานกฎหมายใหม่ผ่านคำพิพากษาเพื่อผูกพันคดีในอนาคต |
| ตัวอย่างประเทศที่ใช้ | ประเทศไทย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สวิตเซอร์แลนด์ | อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา, อินเดีย |
📜 1.2 วิวัฒนาการกฎหมายไทยและบุคคลสำคัญ (ออกสอบทุกปี!)
- 🪨 สมัยสุโขทัย: ปกครองแบบ ปิตุราชา (พ่อปกครองลูก) ยึดถือหลักจารีตประเพณีและกฎหมายลักษณะโจร มีการจารึกกฎหมายลงบนศิลาจารึก
- 🏛️ สมัยอยุธยา: รับอิทธิพลคัมภีร์พระมนูธรรมศาสตร์ของพราหมณ์อินเดียมาดัดแปลงเป็น พระธรรมศาสตร์ (กฎหมายแม่บท) และ พระราชศาสตร์ (พระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์)
- 👑 รัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2348): โปรดเกล้าฯ ให้ชำระสะสางกฎหมายที่กระจัดกระจาย เกิดเป็น "กฎหมายตราสามดวง" ประกอบด้วย:
- 🦁 ตราพระราชสีห์ $\rightarrow$ สมุหนายก (กระทรวงมหาดไทย - ดูแลฝ่ายพลเรือนและหัวเมืองฝ่ายเหนือ)
- 🐘 ตราพระคชสีห์ $\rightarrow$ สมุหพระกลาโหม (กระทรวงกลาโหม - ดูแลฝ่ายทหารและหัวเมืองฝ่ายใต้)
- 🪷 ตราบัวแก้ว $\rightarrow$ เจ้าพระยาพระคลัง (กรมท่า/พระคลัง - ดูแลหัวเมืองชายทะเลและการค้าต่างประเทศ)
- 🎓 รัชกาลที่ 5 (ยุคปฏิรูปกฎหมายสู่สากล):
- ทรงยกเลิกการลงโทษแบบจารีตนครบาล (ยกเลิกการทรมานผู้ต้องหาเพื่อเอาคำสารภาพ)
- ทรงประกาศเลิกทาสและเลิกไพร่ ปรับปรุงระบบศาลไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมอารยประเทศ
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์): ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ทรงก่อตั้งโรงเรียนกฎหมายแห่งแรก และได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งกฎหมายไทย" (วันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปีคือ "วันรพี")
- 🗳️ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475: วันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475
🔺 หัวข้อที่ 2: ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย (Hierarchy of Laws)
กฎหมายไทยมีลำดับชั้นความสูงต่ำตามอำนาจขององค์กรที่ตราขึ้น กฎหมายที่มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่าจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่ามิได้:
┌───────────────────────────────────────────────┐
│ 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (Constitution) │
└───────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌───────────────────────┴───────────────────────┐
│ 2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป. 10 ฉบับ)│
└───────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌───────────────────────┴───────────────────────┐
│ 3. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) & พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)│
└───────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌───────────────────────┴───────────────────────┐
│ 4. พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ. - ออกโดยคณะรัฐมนตรี) │
└───────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌───────────────────────┴───────────────────────┐
│ 5. กฎกระทรวง (ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง) │
└───────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌───────────────────────┴───────────────────────┐
│ 6. ข้อบัญญัติท้องถิ่น (อบจ., เทศบาล, อบต., กทม.) │
└───────────────────────────────────────────────┘- รัฐธรรมนูญ (Constitution): กฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.): กฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อกำหนดรายละเอียดตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ มีทั้งหมด 10 ฉบับ (เช่น พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส., พ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช.)
- พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.): กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ผ่านความเห็นชอบของ รัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎร + วุฒิสภา) และพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
- พระราชกำหนด (พ.ร.ก.): กฎหมายที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตราขึ้นในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ (มีศักดิ์เทียบเท่า พ.ร.บ. แต่ต้องเสนอรัฐสภาเพื่ออนุมัติโดยไม่ชักช้า)
- พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.): กฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี เช่น พ.ร.ฎ. ยุบสภาผู้แทนราษฎร, พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษ, พ.ร.ฎ. จัดตั้งหน่วยงานราชการ
- กฎกระทรวง (Ministerial Regulation): กฎหมายที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. เพื่อกำหนดรายละเอียดในการปฏิบัติราชการ
- ข้อบัญญัติท้องถิ่น (Local Ordinances): กฎหมายที่ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติ อบจ., เทศบัญญัติ, ข้อบัญญัติ อบต., ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร, และข้อบัญญัติเมืองพัทยา
🏛️ หัวข้อที่ 3: โครงสร้างอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
- อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย: พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
- 3 เสาหลักอำนาจอธิปไตย (Separation of Powers):
- 🏛️ อำนาจนิติบัญญัติ (Legislative) $\rightarrow$ รัฐสภา ประกอบด้วย:
- สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.): ตัวแทนปวงชนชาวไทย ทำหน้าที่ตรากฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
- วุฒิสภา (ส.ว.): ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
- 🏢 อำนาจบริหาร (Executive) $\rightarrow$ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน (รวมทั้งคณะไม่เกิน 36 คน)
- ⚖️ อำนาจตุลาการ (Judicial) $\rightarrow$ ศาล พิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามกฎหมายอย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม แบ่งเป็น:
- ศาลยุติธรรม: ศาลชั้นต้น, ศาลอุทธรณ์, ศาลฎีกา (พิจารณาคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป)
- ศาลปกครอง: ศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด (พิจารณาคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐ/เจ้าหน้าที่รัฐ กับเอกชน)
- ศาลทหาร: พิจารณาคดีอาญาทหารและผู้กระทำผิดตามกฎหมายทหาร
- ศาลรัฐธรรมนูญ: วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายและการกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ
- องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (5 องค์กรหลัก):
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.): ควบคุมและจัดการเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติให้สุจริตและเที่ยงธรรม
- ผู้ตรวจการแผ่นดิน (Ombudsman): แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชน
- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.): ไต่สวนและวินิจฉัยคดีทุจริตต่อหน้าที่ ร่ำรวยผิดปกติ
- คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) & ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.): ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน
- คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.): ตรวจสอบและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน
⚠️ สรุปคีย์จำด่วนประจำ Part 1 (Exam Traps)
- บิดาแห่งกฎหมายไทย คือ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) / วันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปีคือ วันรพี
- ระบบกฎหมายไทย จัดอยู่ในกลุ่ม Civil Law (ประมวลกฎหมาย / ลายลักษณ์อักษร) ไม่ใช่ Common Law
- พ.ร.ก. ออกโดย ครม. ในกรณีฉุกเฉิน มีศักดิ์เทียบเท่า พ.ร.บ.
- กฎหมายที่ต่ำกว่าจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่สูงกว่าไม่ได้ (รัฐธรรมนูญสูงสุดเสมอ)
- คณะรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรี 1 คน + รัฐมนตรีไม่เกิน 35 คน (รวมไม่เกิน 36 คน)


