อนุกรมผลต่างหลายชั้น
โจทย์: 2, 5, 11, 20, 32, ?
• หาผลต่างชั้นที่ 1: +3, +6, +9, +12 (แม่ 3)
• พจน์ถัดไปในชั้นผลต่างต้องเป็น +15
• คำตอบคือ 32 + 15 = 47
การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม ปริมาณ และภาษา
เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ตามหลักสูตรการสอบ ก.พ. 2569 ล่าสุด เพื่อการเตรียมตัวที่ตรงจุดที่สุด
มิติการวิเคราะห์ | หัวข้อสอบย่อย | แนวข้อสอบและเทคนิคหลัก | ระดับความยาก |
1. การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative) | • อนุกรมตัวเลข • การดำเนินการทางคณิตศาสตร์ (โอเปอเรชัน) • คณิตศาสตร์พื้นฐาน (ร้อยละ, ดอกเบี้ย, สมการ) • สดมภ์ (การเปรียบเทียบปริมาณ) • การตีความข้อมูลจากตารางสถิติ | เน้นทักษะคำนวณและประยุกต์สูตรลัด เช่น สูตรสัตว์ 2/4 ขา, สูตรอัตราเร็ว, สูตรงาน และการประมาณค่าเลขตารางแบบรวดเร็ว | ปานกลาง - ยาก |
2. การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม (Abstract / Logical) | • อุปมาอุปไมยคำศัพท์ • การคิดวิเคราะห์เชิงตรรกศาสตร์ • เงื่อนไขภาษา และ เงื่อนไขสัญลักษณ์ | เน้นทรรศนะเชิงตรรกะและโครงสร้างความสัมพันธ์ ต้องแม่นยำกฎการยุบสัญลักษณ์ และการสร้างตารางกริดข้อมูล | ง่าย - ปานกลาง |
3. การคิดวิเคราะห์ทางภาษา (Linguistic) | • การอ่านจับใจความสำคัญ • การตีความและอนุมานบทความ • การเรียงลำดับข้อความ | เน้นทักษะการกรองพลความ (รายละเอียดขยาย) เพื่อหาใจความสำคัญ และรู้ทันคำชวนเชื่อหรือการอนุมานเกินขอบเขตโจทย์ | ปานกลาง |
อนุกรมคือรูปแบบการเคลื่อนไหวของตัวเลข เทคนิคลำดับการวิเคราะห์ 5 ขั้นตอนที่จะช่วยหาคำตอบได้ใน 30 วินาที
| ประเภทอนุกรม | โครงสร้างของความสัมพันธ์ | ตัวอย่างโจทย์ | คำตอบและคำอธิบาย |
|---|---|---|---|
อนุกรมบวกคงที่ | เพิ่มขึ้นทีละเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอ | 7, 12, 17, 22, 27, ? | 32 (บวกทีละ 5 ทุกตัว) |
อนุกรมคูณคงที่ | คูณด้วยตัวเลขเดิมไปเรื่อยๆ เพื่อขยายค่า | 3, 6, 12, 24, 48, ? | 96 (คูณ 2 ทุกพจน์) |
อนุกรมผลต่างเป็นระบบ | ผลต่างของชั้นแรกไม่ใช่ค่าคงที่ แต่เพิ่มเป็นระบบ | 1, 2, 5, 10, 17, ? | 26 (ผลต่างเป็นลำดับเลขคี่: 1, 3, 5, 7, 9) |
อนุกรมยกกำลังสมบูรณ์ | ตัวเลขทั้งหมดเป็นผลลัพธ์ของ n² หรือ n³ | 1, 8, 27, 64, 125, ? | 216 (มาจาก 6³ หรือ 6×6×6) |
อนุกรมแบบคูณขยับ | พจน์ใหม่เกิดจาก (พจน์ก่อนหน้า × c) + ค่าคงที่ | 2, 5, 11, 23, 47, ? | 95 (คูณ 2 แล้วบวก 1: 47×2 + 1 = 95) |
อนุกรมเศษส่วนแยกคิด | แยกเศษและส่วนออกจากกันเพื่อวิเคราะห์ 2 ลำดับ | 1/3, 2/5, 3/7, 4/9, ? | 5/11 (เศษเพิ่มทีละ 1 | ส่วนเพิ่มทีละ 2) |
อนุกรมสามพจน์สะสม | พจน์ใหม่เกิดจากการบวกกันของ 3 พจน์ก่อนหน้า | 1, 2, 3, 6, 11, 20, ? | 37 (มาจาก 6 + 11 + 20) |
อนุกรมผลต่างสลับเครื่องหมาย | ผลต่างเพิ่มและลดสลับกัน (บวก ลบ บวก ลบ) | 10, 15, 11, 16, 12, ? | 17 (ผลต่างคือ +5, -4, +5, -4 พจน์ถัดไปคือ 12 + 5 = 17) |
ทำความเข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข A * B = C และ 4 รูปแบบแพทเทิร์นที่นิยมใช้ในการแต่งข้อสอบสมาคม/สำนักพิมพ์ต่างๆ
แก่นความรู้คณิตศาสตร์ที่เป็นฐานในการคำนวณ: สมการ อสมการ ห.ร.ม. ค.ร.น. และเซตทับซ้อน
| คุณลักษณะ | ห.ร.ม. (หารร่วมมาก) | ค.ร.น. (คูณร่วมน้อย) |
|---|---|---|
คำคีย์เวิร์ดในข้อสอบ | "มากที่สุด", "ยาวที่สุด", "แบ่งกลุ่มเท่าๆ กันโดยไม่ปนกัน" | "น้อยที่สุด", "พร้อมกันอีกครั้ง", "พบกันอีกครั้ง" |
ตัวอย่างโจทย์จริง | มีกระดาษขนาด 24×30 ซม. ต้องการตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสแผ่นใหญ่ที่สุดโดยไม่เหลือเศษ จะได้กี่แผ่น? | สัญญาณไฟกระพริบทุกๆ 10 วินาที 12 วินาที และ 15 วินาที หากเปิดพร้อมกันจะกระพริบพร้อมกันอีกครั้งในกี่นาที? |
วิธีคำนวณเมื่อมีเศษ | ลบเศษออกก่อนแล้วหา ห.ร.ม. เช่น หาเลขมากที่สุดที่หาร 25 และ 33 แล้วเหลือเศษ 1 และ 3 ➔ หา ห.ร.ม. ของ (25-1) และ (33-3) ➔ ได้ 6 | หา ค.ร.น. ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยบวกเศษ เช่น หาเลขน้อยที่สุดที่หารด้วย 4 และ 6 แล้วเหลือเศษ 3 ➔ หา ค.ร.น. ของ 4 และ 6 ได้ 12 ➔ บวกเศษ 12 + 3 ➔ ตอบ 15 |
เทคนิคการแปลงข้อความโจทย์ปัญหาเป็นสมการคณิตศาสตร์ เพื่อแก้โจทย์ยอดนิยม เช่น ขาและหัวสัตว์, ร้อยละกำไร, งานร่วมกัน และอัตราเร็ว
เจาะลึกวิธีการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าของข้อมูลใน สดมภ์ ก, สดมภ์ ข และเงื่อนไขข้อกำหนดใน สดมภ์ ค พร้อมหลักการตอบตามระเบียบ ก.พ.
เงื่อนไขการเปรียบเทียบ | ตัวเลือกที่ต้องฝนตอบ | ตัวอย่างลักษณะค่าผลลัพธ์ |
ค่าของ สดมภ์ ก มากกว่า สดมภ์ ข เสมอ | เลือกข้อ 1. | สดมภ์ ก = 50 | สดมภ์ ข = 40 |
ค่าของ สดมภ์ ก น้อยกว่า สดมภ์ ข เสมอ | เลือกข้อ 2. | สดมภ์ ก = 25 | สดมภ์ ข = 35 |
ค่าของ สดมภ์ ก เท่ากับ สดมภ์ ข เสมอ | เลือกข้อ 3. | สดมภ์ ก = 120 | สดมภ์ ข = 120 |
ไม่สามารถเปรียบเทียบได้แน่นอน หรือข้อมูลไม่เพียงพอ | เลือกข้อ 4. | สดมภ์ ก = x | สดมภ์ ข = y (โดยไม่ได้กำหนดค่าตัวแปรชัดเจน) |
การหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลผ่าน อุปมาอุปไมย (คู่คำศัพท์) เงื่อนไขภาษา และเงื่อนไขสัญลักษณ์คณิตศาสตร์
ผลลัพธ์ของข้อสรุปที่ 1 | ผลลัพธ์ของข้อสรุปที่ 2 | ตัวเลือกที่ต้องเลือกฝนในกระดาษข้อสอบ |
จริง (True) | จริง (True) | ฝนข้อ 1. (จริงทั้งคู่) |
เท็จ (False) | เท็จ (False) | ฝนข้อ 2. (เท็จทั้งคู่) |
ไม่แน่ชัด (Uncertain) | ไม่แน่ชัด (Uncertain) | ฝนข้อ 3. (ไม่แน่ชัดทั้งคู่) |
ผลลัพธ์ต่างกัน (เช่น จริงคู่เท็จ, จริงคู่ไม่แน่ชัด) | ผลลัพธ์ต่างกัน (เช่น เท็จคู่ไม่แน่ชัด) | ฝนข้อ 4. (ผลลัพธ์ของทั้งสองข้อสรุปต่างกัน) |
เรียนรู้หลักตรรกศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการทำข้อสอบ ก.พ. การสมมูลของประโยคเงื่อนไข และรูปแบบการประเมินความสมเหตุสมผลของการสั่งการ
| กฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด | ข้อมูลที่ระบุในข้อสอบ | ข้อสรุปที่อ้างในตัวเลือก | 💡 ความสมเหตุสมผล |
|---|---|---|---|
กำหนดเงื่อนไข: ถ้าตั้งใจเรียนแล้วจะสอบผ่าน | ข้อมูล: นายสมศักดิ์เป็นคนตั้งใจเรียน | นายสมศักดิ์สอบผ่าน | สมเหตุสมผล (Valid) ✅ |
กำหนดเงื่อนไข: ถ้าตั้งใจเรียนแล้วจะสอบผ่าน | ข้อมูล: นายสมศรีสอบไม่ผ่าน | นายสมศรีไม่ได้ตั้งใจเรียน | สมเหตุสมผล (Valid) ✅ |
กำหนดเงื่อนไข: ถ้าตั้งใจเรียนแล้วจะสอบผ่าน | ข้อมูล: นายสมปองสอบผ่าน | นายสมปองเป็นคนตั้งใจเรียน | ไม่สมเหตุสมผล (Invalid) ❌ (อาจจะผ่านเพราะวิธีอื่น) |
กำหนดเงื่อนไข: ถ้าตั้งใจเรียนแล้วจะสอบผ่าน | ข้อมูล: นายสมชายไม่ได้ตั้งใจเรียน | นายสมชายสอบไม่ผ่าน | ไม่สมเหตุสมผล (Invalid) ❌ (อาจสอบผ่านฟลุ๊คๆ ก็ได้) |
เจาะลึก 3 ค่ากลางของข้อมูล (Mean, Median, Mode) และสูตรการสุ่มหยิบสิ่งของความน่าจะเป็น
| ค่ากลาง | นิยามความหมาย | สูตรคำนวณ | 💡 จุดระวังสูงสุดในข้อสอบ |
|---|---|---|---|
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) | นำข้อมูลทั้งหมดมาเฉลี่ยแบ่งเท่ากันทุกสมาชิก | Mean (X̄) = ผลรวมข้อมูล ÷ จำนวนข้อมูล | หากข้อมูลมีสมาชิกเพิ่ม/ลด ให้ใช้สูตร 'ผลรวมใหม่ - ผลรวมเดิม = ค่าสมาชิกที่เพิ่มเข้ามา' เสมอ |
มัธยฐาน (Median) | ตัวเลขที่อยู่ตรงกลางแถวพิกัดพอดีเมื่อเรียงข้อมูลแล้ว | ตำแหน่งตรงกลาง = (N + 1) ÷ 2 | ต้องจัดเรียงข้อมูลจากน้อยไปมากก่อนหาทุกครั้ง! หากจำนวนข้อมูลเป็นคู่ ให้จับสองตัวกลางมาเฉลี่ยกัน |
ฐานนิยม (Mode) | ค่าข้อมูลที่มีการซ้ำกันบ่อยที่สุดในชุดตัวเลขนั้น | ดูความถี่ตัวที่ซ้ำกันมากที่สุด | ข้อมูลชุดหนึ่งอาจมีฐานนิยมได้มากกว่า 1 ค่า หรือไม่มีเลยก็ได้ (หากไม่มีตัวเลขใดซ้ำกันเลย) |
เทคนิคการอ่านวิเคราะห์ตารางสถิติตัวเลข คำนวณหาอัตราการเติบโต และการประมาณค่าอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาหารยาว
ประเภทอุตสาหกรรม | ปี 2567 (ล้านบาท) | ปี 2568 (ล้านบาท) | 💡 วิเคราะห์ข้อมูลและการเติบโต |
อาหารสำเร็จรูป | 12,000 | 15,000 | เพิ่มขึ้น 3,000 ล้าน คิดเป็นเติบโต = (3,000/12,000)×100 = 25% |
ชิ้นส่วนยานยนต์ | 4,500 | 6,300 | เพิ่มขึ้น 1,800 ล้าน คิดเป็นเติบโต = (1,800/4,500)×100 = 40% |
เคมีภัณฑ์ | 8,000 | 7,200 | ลดลง 800 ล้าน คิดเป็นลดลง = (-800/8,000)×100 = -10% |
รวมทั้งหมด | 24,500 | 28,500 | ภาพรวมอุตสาหกรรมโตขึ้นประมาณ = (4,000/24,500)×100 ≈ 16.3% |
เทคนิคการแยกแก่นใจความสำคัญออกจากพลความประกอบเพื่อคัดสรรตัวเลือกที่ถูกต้อง
| ประเภทช้อยส์ลวง | ลักษณะพฤติกรรมในช้อยส์ | 💡 ข้อแนะนำในการวิเคราะห์ |
|---|---|---|
กว้างเกินไป (Broad) ❌ | ขอบเขตกว้างขวางเกินกว่าที่เนื้อความในโจทย์กล่าวอ้าง | ตัดออกทันที: โจทย์พูดเฉพาะสิ่งแวดล้อมไทย แต่ช้อยส์สรุปเรื่องสิ่งแวดล้อมโลก |
แคบเกินไป (Narrow) ❌ | หยิบเอาประเด็นย่อย สถิติ หรือข้อมูลตัวเลขที่เป็นพลความมาตอบ | ตัดออกทันที: ช้อยส์เอาประโยคตัวอย่างขยายในย่อหน้ามาเขียนเป๊ะๆ เพื่อลวงตา |
คิดไปเองนอกเรื่อง ❌ | ข้อมูลอาจเป็นความจริงตามหลักทั่วไป แต่ไม่มีระบุในบทความเลย | ตัดออกทันที: ห้ามนำความรู้รอบตัวของตนเองมาสรุปนอกเหนือกรอบที่บทความกำหนด |
การวิเคราะห์หาข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่ใต้บทความอย่างสมเหตุสมผล และระมัดระวังตัวเลือกที่ดักด้วยคำจำกัดความเด็ดขาดเกินขอบเขต
| บทความจากโจทย์ | ตัวเลือกอนุมานที่ ถูกต้อง ✅ | ตัวเลือกอนุมานที่ ผิดพลาด ❌ | 💡 การวิเคราะห์หลักการ |
|---|---|---|---|
"การออกกำลังกายสม่ำเสมอและควบคุมอาหารช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้" | "การควบคุมอาหารมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพ" | "ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเลยจะต้องเป็นโรคเบาหวานในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" | โจทย์บอกช่วยลดความเสี่ยง ไม่ได้บอกว่าไม่ทำแล้วจะต้องเป็นโรค 100% (คำชี้ขาด 'อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้' ผิด) |
"ข้าราชการที่ทำงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชน" | "พฤติกรรมการทำงาน of ข้าราชการส่งผลต่อระดับความเชื่อมั่นของประชาชน" | "ประชาชนจะให้ความเชื่อมั่นเฉพาะกับข้าราชการที่ยอมให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเท่านั้น" | มีคำว่า 'เฉพาะ...เท่านั้น' ซึ่งแคบและชี้ขาดเกินกว่าขอบเขตความโปร่งใสในภาพกว้างของบทความ |
ชุดของตัวเลขที่มีความสัมพันธ์และเพิ่ม/ลดอย่างมีระบบตามกฎเกณฑ์
การดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่กำหนดสูตรความสัมพันธ์ของตัวเลขขึ้นมาเพื่อคำนวณ
การเปรียบเทียบสัดส่วนเพื่อหาค่าใหม่ โดยแบ่งเป็นสัดส่วนตรงและสัดส่วนผกผัน
ตัวหารร่วมที่มีค่ามากที่สุดของเลขกลุ่มนั้น หากมีเศษให้ลบเศษออกก่อนแล้วจึงนำผลลัพธ์มาคำนวณ
ตัวคูณร่วมที่มีค่าน้อยที่สุดของเลขกลุ่มนั้น หากมีเศษให้คำนวณ ค.ร.น. ปกติก่อนแล้วบวกเศษเพิ่มทีหลัง
การเปรียบเทียบขนาดของข้อมูลเชิงปริมาณใน สดมภ์ ก และ ข ภายใต้เงื่อนไขใน สดมภ์ ค
ค่ากลางข้อมูลที่เกิดจากการนำผลรวมข้อมูลทั้งหมดหารด้วยจำนวนชุดข้อมูล
ค่ากึ่งกลางตำแหน่งข้อมูลหลังจากการจัดเรียงข้อมูลจากน้อยไปมากเรียบร้อยแล้ว
การคิดเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของคู่คำศัพท์ให้สอดคล้องตามโครงสร้างและทิศทาง
การคิดวิเคราะห์เชิงสมเหตุสมผลและการหาข้อสรุปจากประโยคเงื่อนไข
ข้อกำหนดเชิงคณิตศาสตร์เปรียบเทียบตัวแปร โดยใช้การเชื่อมโยงสะพานตัวแปรและกฎการยุบตัวแปร
ข้อกำหนดข้อมูลสถานการณ์ความเชื่อมโยง โดยใช้การเขียนตารางแยกแยะกรองข้อมูล
ความคิดหลักหรือประเด็นที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของย่อหน้าหรือบทความ
ส่วนขยายความ รายละเอียด หรือสถิติที่สนับสนุนใจความสำคัญหลัก
การสรุปข้อเท็จจริงที่แฝงอยู่ภายใต้ข้อความอย่างมีสมมติฐานและสมเหตุสมผลตามบทความ
การประเมินเจตนารมณ์ น้ำเสียง หรือทัศนคติของผู้เขียนที่แฝงไว้ในบทความ